98.0 IT Radio Phuket Thailand

ก่อนอื่น ต้องบอกว่ามัน สดขึ้นครับ

แต่ผมมี แนวคิดในการมิ๊กเล้กๆน้อยๆ อันเนื่องมาจากว่า ลำโพง ที่เราใช้มันมักจะไม่เหมือนกัน คุณภาพมันจะต่างกันเลยยึดหลักลำบาก แต่ ผม ว่า ที่อาจารย์ มิ๊กใหม่มา มัน ทำให้กีต้าร์ สวยขึ้นครับ  กลองลงอีกหน่อย อันนี้ กลอง มัน หนักไปดูแล้ว มัน โหดไปนิดนึง ถ้าฟังกับลำโพงผม แต่ มัน ดีครับ

 

ทีนี้ ในการมิ๊ก มันจะแยก ส่วนการมิก คือ

1. กระเดื่อง จะ มา เป็นที่ หนึ่ง โดย จะ เอากระเดื่องตั้งเป็นหลัก และ จะ ให้เบส กับกระเดื่องไปกันได้ โดย

    - ให้กระเดื่องหนักกว่าเบส ในสมัยปัจจุบัน มักจะ ให้กระเดื่องหนักกว่าเบส นิดๆๆ

    -  ให้เบสกับกระเดื่อง เท่าๆกัน โดย คิดว่า เรา เอาเท้าไปเหยียบ เบส ละกันครับ ทุกครั้งที่เหยียบ ลงไปโน้ต ก็จะเปลี่ยนไปด้วย  มันจะไปอารมณ์ ของโน้ต เบส

แต่ ถ้า แบบกระเดื่องหนักกว่า นี่ มัน จะ เน้น ดึ่งๆๆๆ มากกว่า สมัยใหม่ พวก R & B นิยมกันครับ

ทีนี้จะให้กระเดื่องดังมากน้อยขนาดไหนก็เอา เพลง ที่เรา ว่า ไปไปกันได้ มาลองเปิดดูก่อนได้ครับ

2. สแนร์ นี่ ก็ มันมีแบบว่า ให้มัน ต่ำ กว่า เสียงร้องอยู่นิดๆ แบบให้จังหวะ หรือ แบบที่สอง คือ ให้ ดังเท่ากับ เสียงร้องเลย แต่ต้องปรับสแนร์ ไม่ให้กวนกับเสียงร้อง คือ ถ้าเสียงร้อง ทุ้ม ก็ต้องหาสแนร์ มา ให้เคียงๆกัน แต่ ให้ฟังออก

3. hi hat สองสามแบบที่ใช้กัน คือ ให้มัน ดังเท่า สแนร์ หมายถึงเวลา ลงสแนร์ เสีย งไอ เฮท จะ ดังเท่ากัน แบบนี้เพลงจะนุ่ม

แบบ 2 คือ เสียง ไฮเฮส ดัง มากกว่า สแนร์ มัน จะ สมัยใหม่ แบบว่า ฮิบๆ หน่อย

4. ทอม นี่ มักจะเสียง พอ กับ สแนร์ หรือ กระเดื่อง ลองส่งดูเวลา ส่ง ไล่ จาก สแนร์   ทอม ทอม ต่ำ แล้ วกระเดื่อง มัน จะ เสียง พอๆ กัน ความดังนะครับ มันจะ คลุมกันไป ยกเว้น สามช่า ที่ ทอม อาจจะดังหน่อย ส่วน ความดึงหย่อน ของ ทอม ให้ ลอง  ปรับเสียง ทอง 3 ตัว เป็น ซื้อ เงิน ผ่อน  คือ ทอม ที่มัน สูง เป็น ซื้อ กลาง เป็น เงิน  ต่ำ เป็น ผ่อน ลอง ปรับแบบนี้ครับ เวลา ปรับ พูดไปด้วย ซื้อ เงิน ผ่อน ๆๆๆๆๆๆ

อิอิ

จริงๆๆนะ

 การเลือกเสียง ทอม นี่มัน จะ ให้ มัน คล้าย กับ กระเดื่อง

ห่าง จาก ทอม ตัว เสียง ต่ำ ไม่มาก ครับ

5. เสียง ฉาบ มัก จะ มิ๊กกัน สอง แบบ แบบที่หนึ่ง คือ เสียง มันจะ เป็น แบบว่า ลง พร้อมๆกับเสียง คอร์ดของเพลง แล้ วกระจาย ออกไป มันจะทำให้ไม่โดด มาก ไม่ดังมาก ฟังไม่ค่อยออกแต่จะเพิ่มให้เพลง เด่นมา นิดนึง ตอน ที่ เข้า หัวห้องเพลง เท่านั้น

ส่วนแบบที่สอง คือ การเน้น ฉาบพวกนี้จะ  เพิ่มเสียง มันขึ้นมาหน่อย แต่มักจะ ให้เสียงที่มัน เหมือน ฉาบ ใบเล็ก และ สั้น ตี แล้ วเสียงหายเลย แต่ เพลง นุ่มๆ มักจะ ฉาบ ใบใหญ่ แล้วมัน จะ เสียง ยืดหน่อย ครับ...

6.เสียงกีตาร์ คอร์ดและ เปียโน อยู่ตามความเหมาะ สมครับ อยู่ที่ว่า จะเน้นมากน้อยตามใจชอบ ครับ

7. เสียงกีต้าร์ โซโล่ หรืออะไรที่โซโล่ ก็ตามมักจะคิดว่า มัน คือ เสียงที่มาแทนเสียงร้องนั่นเอง ถ้าหาก ว่า เรา จะโซโล่ ก็ มักจะให้เสียงมันอยุ่ในระดับเดียวกัน กับเสียงร้อง   มันจะไม่สะดุด ครับ

การเลือกการเข้าโซโล่ หรือเครื่องดนตรีมาโซโล่ มักจะ ให้มัน สามารถ รับกับเสียง ร้องได้ เข้ากันได้ดี ดูกลมกลืน มัน จะไปกันได้ทีเดียวครับ 

อ้อ ถ้าเสียงกีต้าร์ คอร์ด ที่เป็น แบบกีต้าร์ โปร่ง ตีคอร์ด ควร จะ ให้สังเกตุว่ามันมักจะดัง คลอไปกับ เสียง hi - hat นะครับ  ในกรณีที่มันไม่ได้เป็น ตัวเด่น  ก็มักจะให้เป็นแบบนี้  มักจะ เลือกให้มันออกสอง ข้าง เป็น สเตอร์ ครับ

 

ทีนี้การ มิ๊ก ออกไปนั้น มัน จะ สวยขึ้นนะ ผมคิดว่า ยังงั้น แต่ ทีนี้ ควรจะใช้โปรแรกม ที่ มันทำ mastering ที่เข้ามาเพิ่งความกลมกลืนของเสียง ให้มัน มีพลังขึ้น พวก Isotop มันจะ ทำให้ดนตรีทุกชิ้น มัน กลืนเข้ากันไม่แยกเป้นชิ้นๆมัน จะ ทำให้ แน่นขึ้นครับ

แต่ต้องระหวังเสียงมันจะแตกครับ

ปรับนิดหน่อย

หลังจากนั้น ก็ ให้สังเกตุดูนะครับว่า อย่าให้เสียง มัน คลิป เป็น เหมือนเสียง แตก มันจะไม่ดี ลองเอามาเปิดกับ พวก  ซาวน์ ฟอร์ส  น่าจะปรับความดังได้อีกหน่อย

แค่นี้ก็น่า จะ เป็นแนวทางได้นะครับ ผม

แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่มันเป้นแค่หลักการ ที่ผม ลองเอง เล่นเอง คงไม่ตายตัวครับ สำหรับการมิ๊กเพลง อยู่ที่ว่า ฟังแล้ว หรือเปล่า การมิ๊ก มันเป็นเรื่องความชอบ ส่วนตัวครับ

 

ขอบคุณครับ ท่าน ที่นั่งอ่าน

แล้วจะรอฟังครับ


สำหรับมุมมองของนักจัดรายการวิทยุที่คร่ำหวอดในวงการมาร่วม 30 ปีอย่าง “มาโนช พุฒตาล” เผยมุมมองต่อกรณีนี้ว่า ตนไม่เคยคิดเปรียบเทียบดีเจสมัยนี้กับดีเจสมัยเก่า เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไปตาม ตนเข้าใจดี แต่สำหรับตนแล้วมองว่าคนไทยโดนยัดเยียดให้ฟังรายการตามตลาด ซึ่งแท้ที่จริงแล้วหลากหลายองค์ประกอบที่ทำให้ดีเจในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไป ควรเลือกเอาดีสักอย่างจะเป็นดีเจหรือนักร้อง
       
       “ที่ผ่านมาเนี่ยที่ผมไม่อยากให้ใครเรียกผมว่าดีเจ เพราะว่าแวดวงดีเจมันเสียมานานแล้ว เพราะคนไม่ได้นับถือตัวดีเจไง... ผมเลยเรียกตัวเองว่านักจัดรายการวิทยุดีกว่า อยากให้ตัวเองดูดีขึ้นมานิดหนึ่ง (หัวเราะ) คืออย่างดีเจที่เปิดแผ่นตามร้านเขาอาจไม่ต้องมานั่งคิดอะไรมาก เอาแค่คนในร้านเอาอยู่ก็ได้แต่ถ้าได้มานั่งจัดรายการตามคลื่นมันต้องรับผิดชอบคนฟังมากกว่านั้นนะ”
       
       “ผมก็เคยฟังนะที่เขาจัดกันอยู่ทุกวันนี้น่ะ ผมมองอย่างนี้ว่า ผมเองเนี่ยคงไม่ไปเปรียบเทียบหรือว่าตำหนิ หรืออะไรทั้งนั้น เพราะว่าในยุคสมัยนี้ กับสมัยเมื่อ 30 ปีที่แล้วเนี่ยมันไม่เหมือนกันไงครับ สมัยนี้หน้าตาดี เสียงดี มาเป็นคนจัดรายการ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปมาก มันกลายเป็นว่าเป็นดีเจก็ไม่ดี เป็นนักร้องก็ไม่ดี คือหาจุดลงตัวยาก ซึ่งถ้าถามผม ผมชอบรสนิยมแบบว่าที่ผมชอบสมัยก่อน เราไม่ว่ากันไงครับ วัยรุ่นก็อยากฟังวัยรุ่นด้วยกันจัด”
       
       “ส่วนเรื่องอายุของน้องๆ ดีเจสมัยนี้ ผมว่าอาจไม่เกี่ยวนะ ยอมรับได้ เพราะบางคนก็อายุน้อยแต่มีวุฒิภาวะสูงก็มาจัดรายการได้ ทีนี้จะไปโทษใครล่ะ นายทุนหรือตัวดีเจ มันก็คงต้องหลายๆ อย่างรวมกันนั่นแหละถึงออกมาเป็นอย่างนี้ ถูกมั้ย ตลาดต้องการแบบนี้น่ะ ไปโทษเด็กก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะมันหลายๆ อย่างประกอบกัน ยุคบริโภคนิยมแบบยัดเยียดน่ะ เหมือนเวลาเราใช้มือถือน่ะ นึกออกมั้ยว่าบางทีบางโฆษณา บางแมสเสจที่ขายของเราไม่ได้อยากได้เลยนะ ทุกอย่างมันคือกลไกตลาดไปหมด”
       
       ก่อนทิ้งท้ายว่านักจัดรายการวิทยุที่ดีควรมีข้อมูลที่มากกว่าคนทั่วไปรู้เพราะถือเป็นผู้ชี้นำสังคม
       
       “นักจัดรายการวิทยุมันคือนักนิเทศศาสตร์ที่ต้องมี หลักในการสื่อสารที่ดี เข้าใจว่าหน้าที่ของสื่อมวลชนคืออะไร เป็นนักนิเทศศาสตร์ที่ดี ไม่ใช่แค่มีลักษณะนะ แต่ต้องมีลักษณะแล้วต้องเอาลักษณะที่มีนั้นมาปรับใช้ด้วย จึงจะเป็นนักจัดรายการวิทยุ แล้วเราต้องมาดูว่าหลักการจัดรายการวิทยุที่ว่าเนี่ยเราจัดรายการเกี่ยวกับอะไร หาข้อมูลให้มาก นักจัดรายการควรมีอะไรที่มากกว่า หรือเหนือกว่าคนที่นั่งฟังอยู่ เพราะคุณคือผู้ชี้นำนะ”

กีตาร์ (Guitar)

 

    ประวัติความเป็นมาของกีตาร์

 

    กีตาร์ถือเป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งของมนุษย์เพียงแต่ชื่อเรียกและรูปร่างย่อมแตกต่างกันไปตามแต่ละยุคสมัย ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมในแถบเปอร์เซียและตะวันออกกลางหลายประเทศต่อมาได้เผยแพร่ไปยังกรุงโรมโดยชาวโรมันหรือชาวมัวร์ จากนั้นก็เริ่มได้รับความนิยมในสเปน ในยุโรปกีตาร์มักเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง และมีเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ที่ให้ความสนใจและศึกษาอย่างเช่น Queen Elizabeth I ซึ่งโปรดกับ Lute ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบของกีตาร์ก็ว่าได้ แต่การพัฒนาที่แท้จริงนั้นได้เกิดจากการที่นักดนตรีได้นำมันไปแสดงหรือเล่นร่วมกับวงดนตรีของประชาชนทั่ว ๆ ไปทำให้มีการเผยแพร่ไปยังระดับประชาชนจนได้มีการนำไปผสมผสานเข้ากับเพลงพื้นบ้านทั่ว ๆ ไปและเกิดแนวดนตรีในแบบต่าง ๆ มากขึ้น

    ผู้หนึ่งที่สมควรจะกล่าวถึงเมื่อพูดถึงประวัติของกีตาร์ก็คือ Fernando Sor ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อวงการกีตาร์เป็นอันมากเนื่องจาการอุทิศตนให้กับการพัฒนารูปแบบการเล่นกีตาร์เทคนิคต่าง ๆ และได้แต่งตำราไว้มากมาย ในปี 1813 เขาเดินทางไปยังปารีตซึ่งเขาได้รับความสำเร็จและความนิยมอย่างมาก จากนั้นก็ได้เดินทางไปยังลอนดอนโดยพระราชูปถัมป์ของ Duke of Sussex และที่นั่นการแสดงของเขาทำให้กีตาร์เริ่มได้รับความนิยม จากอังกฤษเขาได้เดินทางไปยังปรัสเซีย รัสเซียและได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวเมืองเซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก ซึ่งที่นั่นเขาได้แต่งเพลงที่มีความสำคัญอย่างมากเพลงหนึ่งถวายแก่พระเจ้า Nicolus I จากนั้นเขาก็ได้กลับมายังปารีตจนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อปี 1839 หลังจากนั้นได้มีการเรียนการสอนทฤษฎีกีตาร์ที่เด่นชัดและสมบูรณ์มากขึ้น ทำให้กีตาร์ได้รับการพัฒนาอย่างมาก

    หลังจากนั้นมีอีกผู้หนึ่งที่มีความสำคัญต่อกีตาร์เช่นกันคือ Francisco Tarrega (1854-1909) ซึ่งเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนแต่ด้วยความสามารถด้านดนตรีของเขาก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จจนได้จากการแสดง ณ Alhambra Theater จากนั้นเขาได้เดินทางไปยัง Valencia, Lyons และ Paris เขาได้รับการยกย่องว่าได้รวมเอาคุณสมบัติของเครื่องดนตรี 3 ชนิดมารวมกันคือ ไวโอลิน, เปียโน และ รวมเข้ากับเสียงของกีตาร์ได้อย่างไพเราะกลมกลืน ทุกคนที่ได้ฟังเขาเล่นต่างบอกว่าเขาเล่นได้อย่างมีเอกลักษณ์และสำเนียงที่มีความไพเราะน่าทึ่ง หลังจากเขาประสบความสำเร็จใน London, Brussels, Berne และ Rome เขาก็ได้เดินทางกลับบ้านและได้เริ่มอุทิศตนให้กับการแต่งเพลงและสอนกีตาร์อย่างจริงจัง ซึ่งนักกีตาร์ในรุ่นหลัง ๆ ได้ยกย่องว่าเขาเป็นผู้ริเริ่มการสอนกีตาร์ยุคใหม่

 

    อีกคนหนึ่งที่จะขาดไม่ได้คือ Andres Sergovia ผู้ซึ่งเดินทางแสดงและเผยแพร่กีตาร์มาแล้วเกือบทั่วโลกเพื่อให้คนได้รู้จักกีตาร์มากขึ้น (แต่คงไม่ได้มาเมืองไทยน่ะครับ) ทั้งการแสดงเดี่ยวหรือเล่นกับวงออเคสตร้า จนเป็นแรงบันดาลใจให้มีการแต่งตำราและบทเพลงของกีตาร์ขึ้นมาอีกมากมาย อันเนื่องมาจากการเผยแพร่ความรู้ในเรื่องกีตาร์อย่างเปิดเผยและจริงจังของเขาผู้นี้ นอกจากนี้ผลงานต่าง ๆ ของเขาได้ทำให้ประวัติศาสตร์กีตาร์เปลี่ยนหน้าใหม่เพราะทำให้นักกีตาร์ได้มีโอกาสแสดงใน concert hall มากขึ้น และทำให้เกิดครูและหลักสูตรกีตาร์ขึ้นในโรงเรียนดนตรีอีกด้วย

    สำหรับการร้องไปพร้อมกับกีตาร์ได้เริ่มมีขึ้นเมื่อสามารถปรับให้ระดับเสียงของกีตาร์นั้นเข้ากับเสียงร้องได้ ซึ่งผมเข้าใจว่าในอดีตกีตาร์มีไว้บรรเลงมากกว่าแต่เมื่อสามารถผสมผสานเสียงของกีตาร์กับเสียงร้องได้การร้องคลอไปกับกีตาร์จึงเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น นักร้องนักกีตาร์(คือทั้งเล่นทั้งร้อง) น่าจะมาจากนักร้องในยุคกลางซึ่งเป็นชนชั้นสูงได้ปลีกตัวไปทำงานในแบบที่เป็นอิสระและอยากจะทำจึงมีการผสมกันกับรูปแบบของดนตรีพื้นบ้านมากขึ้น ซึ่งงานดนตรีจึงแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

 

    1. เป็นงานประพันธ์เพื่อจรรโลกโลกหรือมีความจริงจังในทางดนตรีเพื่อการแสดงเป็นส่วนใหญ่ ก็คือเพลงคลาสสิกนั่นเอง

    2. งานที่สร้างจากคนพื้นบ้านจากการถ่ายทอดจากพ่อสู่ลูกลูกสู่หลาน เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและสภาพความเป็นอยู่ แสดงถึงวิถีการดำเนินชีวิต ใช้ในการผ่อนคลายจากการงานความทุกข์ความยากจน เล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ อันได้มาจากประสบการณ์หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวขณะนั้นจึงมีความเป็นธรรมชาติอยู่มากและโดยที่ทั้ง 2 ส่วนดังกล่าวได้มีการแลกเปลี่ยนถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลาจากอดีตถึงปัจจุบันจนมีการซึมซับเข้าไปยังเนื้อเพลงและทำนองเพลงทำให้เกิดรูปแบบของดนตรีในแบบใหม่ ๆมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

    ในอเมริกา ผู้ที่เข้าไปอาศัยได้นำเอาดนตรีและการเต้นรำของพวกเขาเข้ามาด้วยเช่นพวกทหาร นักสำรวจ พวกเคาบอยหรือคนงานเหมืองทำให้มีการผสมผสานกันในรูปแบบของดนตรีและที่สำคัญที่สุดคือพวก อเมริกัน นิโกร ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในฐานะทาสซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดเพลงบลูส์นั่นเองซึ่งส่วนใหญ่แสดงถึงความยากลำบาก ความยากจนถ่ายทอดมาในบทเพลงสไตล์ของพวกเขาเพื่อได้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยยากและเล่นง่าย ๆ ด้วยกีตาร์กับเม้าท์ออร์แกนเป็นต้น ซึ่งเพลงบลูส์นั่นเองที่เป็นพื้นฐานของดนตรีอีกหลาย ๆ ประเภทไม่ว่าจะเป็นเพลงร็อคหรือแจ๊สในปัจจุบัน จนเดี๋ยวนี้กีตาร์มีความสำคัญกับดนตรีแทบทุกชนิด

 

    แม้ว่ากีตาร์จะถูกสร้างมาหลายรูปแบบแต่แบบที่ถือว่าดีที่สุดคงเป็นแบบ สแปนนิช 6 สาย ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาที่ดีอย่างมากทั้งด้านการประดิษฐ์และด้านเทคนิค ซึ่งสามารถใช้เล่นในงานแสดงคอนเสิร์ท(หมายถึงดนตรีคลาสสิก) หรือเล่นเพลงทั่ว ๆ ไปทำให้รูปทรงกีตาร์แบบนี้เป็นที่นิยมจนปัจจุบัน เริ่มจากในศตวรรษที่ 18 ได้มีการเปลี่ยนจากสายที่เป็นสายคู่มาเป็นสายเดี่ยวและเปลี่ยนจาก 5 สายเป็น 6 สาย ช่างทำกีตาร์ในยุคศตวรรษที่ 19 ได้ขยายขนาดของ body เพิ่มส่วนโค้งของสะโพกลดส่วนผิวหน้าที่นูนออกมา และเปลี่ยนแปลงโครงยึดภายใน ลูกบิดไม้แบบเก่าถูกเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ ในยุคเดียวกันนี้ Fernando Sor ซึ่งได้กล่าวมาในข้างต้นแล้วเป็นผู้ที่พัฒนาและทำให้เครื่องดนตรีนี้เป็นที่ยอมรับและใช้ในการแสดงได้จนกระทั่งมาถึงยุคของ Andres Segovia ได้คิดดัดแปลงให้สามารถใช้กับไฟฟ้าได้ ซึ่งเป็นความพัฒนาอีกระดับของเพลงป๊อปในอเมริกาในช่วง 1930 กีตาร์ไฟฟ้าต้นแบบช่วงนั้นเป็นแบบทรงตันและหลักการนำเสียงจากกีตาร์ไปผสมกับกระแสไฟฟ้าแล้วขยายเสียงออกมานั้นทำให้นักดนตรีและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันซึ่งชื่อเขาพวกเรารู้จักกันดีในนามของโมเดลหนึ่งของกิ๊บสันนั่นก็คือ Les Paul ได้พัฒนาจากต้นแบบดังกล่าว มาเป็นแบบ solid body กีตาร์ หรือกีตาร์ไฟฟ้าที่เราเห็นในปัจจุบันนั่นแหละครับซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากของดนตรียุคนั้นและทำให้กีตาร์เป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปี 1940

    หลังจากนั้นในต้นปี 1940 นักประดิษฐ์ชาวแคลิฟอเนียอีกคนซึ่งเราก็รู้จักชื่อเขาในนามของยี่ห้อกีตาร์ที่สุดยอดอีกยี่ห้อหนึ่งนั่นก็คือ Leo Fender เขาได้ประดิษฐ์กีตาร์และเครื่องขยายเสียงในร้านซ่อมวิทยุของเขา เขาได้สร้างเครื่องขยายเสียงแต่ขณะนั้นไม่มีปุ่มคอนโทรลต่าง ๆ เช่นปัจจุบัน และใช้กับกีตาร์ของเขาซึ่งมีปุ่มควบคุมเสียงดังเบาและทุ้มแหลมซึ่งเป็นต้นแบบกีตาร์ไฟฟ้ายุคใหม่ เขาไม่ได้หยุดแค่นั้นด้วยเทคโนโลยีขณะนั้นเขารู้ว่าเขาน่าจะดัดแปลงกีตาร์โปร่งให้สามารถใช้กับเครื่องขยายเสียงได้และความพยายามเขาก็สำเร็จจนได้ในปี 1948 และได้กีตาร์ที่ชื่อว่า Telecaster (คงคุ้นหูกันนะครับ) ซึ่งชื่อเดิมที่เขาใช้เรียกคือ Broadcaster แต่คำว่า tele เป็นที่ติดปากกันมากกว่าและถือว่าเป็นกีตาร์ไฟฟ้าทรงตันในรูปทรงสแปนนิสรุ่นแรกที่ซื้อขายกันในเชิงพานิชย์และได้รับความนิยมอย่างมากจนกระทั่งปัจจุบัน

    ปัจจุบันสำหรับกีตาร์มีพร้อมแล้วทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นรูปร่างรูปทรงประเภทต่าง ๆ ให้เลือกเล่นตามใจชอบ สไตล์เพลงหลากหลายสไตล์ โรงเรียนสอน ตำราต่าง ๆ ให้ศึกษามากมายแต่แน่นอนการพัฒนาย่อมไม่มีวันหยุดไม่แน่ในอนาคตคุณอาจเป็นคนหนึ่งที่สร้างอะไรใหม่ ๆ ให้กีตาร์จนโลกต้องบันทึกไว้ก็ได้


Blog EntryไกลJan 8, '08 2:29 AM
for everyone
ไกล

เนื้อร้องและทำนอง โดย มาโนช พุฒตาล
วันสุดท้าย
Slide Guitar โดย มาโนช

นี่คือวันสุดท้าย ของสายน้ำหยดสุดท้าย
เป็นวันสุดท้ายของหยาดเหงื่อและน้ำตา
นี่คือวันสุดท้าย ที่สายโลหิตหลั่งไหล เป็นวันสุดท้าย ที่น่าเวทนา
สิ้นสุดกันเสียที ทั้งความดี ความเลวชั่วช้า
ทั้งภาพลวงตา ทั้งความไม่เท่าเทียม
นี่คือวันสุดท้าย เพราะนี่คือวันสุดท้าย เป็นวันสุดท้ายอันน่าเวทนา

โหมโรง
Classic Guitar โดย พงษ์ศักดิ์ ภูววีรานนท์
All Keyboards โดย อรรถพร
Percussion โดย แก๊ป หนุ่ม และเปิ้ล (T-Bone)

สายน้ำและความหมาย
ร้องนำ โดย กฤตยา,เจษฎา
Saxophone โดย เทวัญ ทรัพย์แสนยากร
Classic Guitar โดย พงษ์ศักดิ์ ภูววีรานนท์

(ชายหนุ่ม) ภาระอันหนักหนา หาใครช่วย(แบก) หาม
(ได้แต่)แหงนหน้าถามฟ้า (คำสั่ง)จากแดนสวรรค์
แข่งขันดุจเข่นฆ่า ก้าวข้ามหัวใครมา

ฉันจึงมาหา ที่มาของสายน้ำ สายน้ำแห่งความหมาย
ต่อสู้อย่างอดทน ดิ้นรนจนแทบตาย
ยัง....ฉันยังไม่พบสิ่งใด

(ชายชรา)จริงไม่จริง ไม่มีความหมาย หลอกลวงงมงาย
ง่ายดายดุจดัง ดั่งมีมนต์ขลัง คืบคลานซอกซอน
ซ่อนกาย สลาย ลูกหลายเผ่าพันธุ์ หากจริงมีจริง
ต่างคน(ต้อง)ช่วงชิง ทุกสิ่งทำลาย สุดท้ายไม่เหลือสายน้ำ
(ชายหนุ่ม) เพื่อนเอยฉันอยู่ไหน สุดท้ายไปไม่ถึง
เซื่องซึมและสิ้นหวัง
ฉันเห็นโลกแปลกหน้า ยาพิษในอาหาร สุสานบนถนน
คนบ้าถือกงล้อ เด็กน้อยถือปืนผา อาสาสู้ศึกร้าย
เพื่อนเอยฉันอยู่ไหน สุดท้ายก็หลงทาง (ได้แต่) หวังเพียงกลับบ้าน

(หญิงสาว)เปลื้องเสื้อผ้า ออกดูตัวเอง สิ้นเสียงสรรเสริญ หยุดเดินแล้วหรือ
จริง มีจริง ความหมาย สายน้ำ
แต่จำ จงจำ สายน้ำความหมาย อยู่ไกลแสนไกล มีเพียงสายใย หัวใจความรัก
ถักประสานจึงถึงที่หมาย

(ชายหนุ่ม) ฉันจึงมาหา ที่มาของสายน้ำ สายน้ำเป็นของใคร

การเดินทาง
Electric Guitar Solo โดย มาโนช
Sasophone Solo โดย เทวัญ ทรัพย์แสนยากร

หมอผีครองเมือง
ร้องนำ โดย พิชานัศ และ กฤตยา
Electric Guitar Solo โดย อรรถพร
Slide Guitar โดย มาโนช

(หมอผี) ยินดีต้อนรับ เชิญสิครับ ขอต้อนรับ คนช่างฝัน
คนมุ่งมั่น คนเดินทาง ลนลานรุ่มร้อน เร่งเรียกร้อง
ที่หมายปองคนช่างฝัน ตามหาฝันอุดมการณ์
เชิญแวะดื่มน้ำ เพียงสักครั้ง เย็นชุ่มฉ่ำ สุขเหลือล้ำ จากสายน้ำในลำธาร

สายน้ำ (แม้น) บอบช้ำ มัวหมองคล้ำ หมอผีทำ เวทย์ลึกล้ำ
ทำน้ำครำเป็นน้ำดี หมอผีครองเมืองนี้ กำหนดชี้ ใครคนดี
ใครดื่มน้ำ ใครทำตาม ย่อมมั่งมี เมืองนี้ภูติผี ปีศาจร้าย
มีมากมาย ผลสุดท้าย ให้หมอผี ครอบครองเมือง

ขอเชิญคำนับ ก้มหัวรับ ความสับปรับ ความฉ้อฉล ความมืดมนต์
เล่ห์กลลวง สมองไม่ต้องคิด ใช้ชีวิตตามลิขิต ตามแรงฤทธิ์ เดชอำนาจ
ปาฏิหารย์ หมอผี ต้อนรับ หมอผีชัก ชวนดื่มน้ำ ละความฝัน เลิกมุ่งมั่น
ลืมเดินทาง

(ชายหนุ่ม) ปลดปล่อยตัวเองไปตามลำธารเปลี่ยว โดดเดี่ยวคนเดียวเหลียวมองดูรอบกาย โดดเดี่ยวเดียวดาย กระหายพบเพื่อนร่วมทาง โลกที่อ้างว้าง เส้นทางที่ไกล
(หมอผี)หนีไปแห่งไหน ไปไม่พ้น ทุกผู้คน ถูกคุมขัง ถูกจองจำ ทุกข์ทรมาน
ผลการขัดขืน การฝ่าฝืน ทุกค่ำคืน เสียงกรีดร้อง ก้องโหยหวน ชวนอาเจียน
หมอผีครองเมืองนี้ กำหนดชี้ ทุกไอ้อี มึงขัดขืน ถูกข่มขืน แตกตื่นกลัว

เจ้าจงดื่มน้ำ เพียงสักครั้ง เย็นชุ่มฉ่ำ สุขเหลือล้ำ จากสายน้ำในลำธาร
เจ้า จงคำนับ ก้มหัวรับ ความสับปลับ ความฉ้อฉล ความมืดมน
เล่ห์กลลวง หมอผีครองเมืองนี้ ครองเมืองนี้ ครองเมื่องนี้ ครองเมืองนี้
เมืองนี้ หมอผีครอบครอง

(ชายหนุ่ม) คนจนยิ่งจน ยากจนเพราะ คนร่ำรวย ร่ำรวยเพราะ
คนยากจนสร้างให้รวย คนดีต้องตาย เพราะเหล่าร้าย พวกเหล่าร้าย
เขียนกฏหมาย ให้คนร้ายเป็นคนดี
หลายสิ่งที่เป็น แค่ที่เห็นเป็นภาพลวง เป็นภาพหลอน เฉกเช่นหนอนกลายเป็นเกลือ

(ชายหนุ่ม) ปลดปล่อยตนเอง ไปตามลำธาร เปลี่ยว โดดเดี่ยวคนเดียว เหลียวมองดูรอบกาย โดดเดี่ยวเดียวดาย กระหายพบเพื่อนร่วมทาง โลกที่อ้างว้าง
เส้นทางที่ไกล

(ชายชรา,หญิงสาว)อยากบอกให้รู้ความดียังมีอยู่ วางจิตรับรู้เข้าใจด้วยเหตุผล
ดื่มดับกระหาย สายน้ำของทุกผู้คน หยุดความสับสน เลือกหนทางเดิน

(ชายชรา,หญิงสาว,ชายหนุ่ม,)
สัจจธรรม จริงแท้ มั่นคงดำรงอยู่ ปัญญาความรู้เท่าทันความเศร้าหมอง
ดื่มเถิดเพื่อนผอง สายน้ำของการแบ่งปัน ร่วมกันสร้างฝันบนพื้นฐานความจริง

โลกใหญ่ใบนี้ไม่มีใครครอบครอง ไม่แบ่งเป็นสองเพ่งมองดูแม่น้ำ

(ชายหนุ่ม)
รูปรสกลิ่นเสียง ฟังด้วยหู ดูด้วยตา ชิมด้วยลิ้น กลิ่นจมูก สุขที่ใจ
มายาหลอกลวง เฝ้าหลอกหลอน คนอ่อนแอ คนยอมแพ้ คนธาตุแท้
เห็นแก่ตัว วิถีเหตุผล พาหลุดพ้น ฤทธิ์เวทย์มนต์ หมอผีร้าย สูญสลายในพริบตา
รูปรสกลิ่นเสียง ฟังด้วยหู ดูด้วยตา ชิมด้วยลิ้น กลิ่นจมูก สุขที่ใจ
มายาหลอกลวง เฝ้าหลอกหลอน คนอ่อนแอ คนยอมแพ้ คนธาตุแท้
เห็นแก่ตัว วิถีเหตุผล พาหลุดพัน ฤทธิ์เวทย์มนต์ หมอผีร้าย สูญสลายในพริบตา

(หมอผี) อำนาจวาสนา พาพลาดพลั้ง รากเหง้ายัง ฝังลึกอยู่
กูจะมา กูจะมา

แค้น
Electric Guitar Solo โดย โอฬาร
Synthesizer Solo โดย อรรถพร

ไกล
Slide Guitar โดย มาโนช

ผมสงสัยอยู่ว่า ทำไม จึงเป็นตัวของตัวเองไม่ได้ เป็นอย่างสัตว์ป่าสักตัว
สัตว์โทน อยู่ตามลำพังในป่า หิวก็กิน เหนื่อยก็นอน ไม่ต้องกินสิ่งที่ไม่อยากกิน
ไม่ต้องนอนในที่ที่ไม่อยากนอก ไม่ต้องเชื่อ ในเรื่องที่ไม่อยากเชื่อ

เฝ้าคอยพบวันใหม่ เนิ่นนานแสนไกล
เฝ้าคอยพบคนใหม่ อยู่ไกลแสนไกล
เฝ้าคอยพบทางใหม่ ยังอีกไกลแสนไกล
อีกไกลแสนไกลห่าง...........ต่างคนต่างเดินทางกันต่อไป***

****************************************************


เนื้อร้องและทำนอง โดย มาโนช พุฒตาล
วันสุดท้าย
Slide Guitar โดย มาโนช


นี่คือวันสุดท้าย ของสายน้ำหยดสุดท้าย
เป็นวันสุดท้ายของหยาดเหงื่อและน้ำตา
นี่คือวันสุดท้าย ที่สายโลหิตหลั่งไหล เป็นวันสุดท้าย ที่น่าเวทนา
สิ้นสุดกันเสียที ทั้งความดี ความเลวชั่วช้า
ทั้งภาพลวงตา ทั้งความไม่เท่าเทียม
นี่คือวันสุดท้าย เพราะนี่คือวันสุดท้าย เป็นวันสุดท้ายอันน่าเวทนา

โหมโรง
Classic Guitar โดย พงษ์ศักดิ์ ภูววีรานนท์
All Keyboards โดย อรรถพร
Percussion โดย แก๊ป หนุ่ม และเปิ้ล (T-Bone)


สายน้ำและความหมาย
ร้องนำ โดย กฤตยา,เจษฎา
Saxophone โดย เทวัญ ทรัพย์แสนยากร
Classic Guitar โดย พงษ์ศักดิ์ ภูววีรานนท์


(ชายหนุ่ม) ภาระอันหนักหนา หาใครช่วย(แบก) หาม
(ได้แต่)แหงนหน้าถามฟ้า (คำสั่ง)จากแดนสวรรค์
แข่งขันดุจเข่นฆ่า ก้าวข้ามหัวใครมา

ฉันจึงมาหา ที่มาของสายน้ำ สายน้ำแห่งความหมาย
ต่อสู้อย่างอดทน ดิ้นรนจนแทบตาย
ยัง....ฉันยังไม่พบสิ่งใด

(ชายชรา)จริงไม่จริง ไม่มีความหมาย หลอกลวงงมงาย
ง่ายดายดุจดัง ดั่งมีมนต์ขลัง คืบคลานซอกซอน
ซ่อนกาย สลาย ลูกหลายเผ่าพันธุ์ หากจริงมีจริง
ต่างคน(ต้อง)ช่วงชิง ทุกสิ่งทำลาย สุดท้ายไม่เหลือสายน้ำ
(ชายหนุ่ม) เพื่อนเอยฉันอยู่ไหน สุดท้ายไปไม่ถึง
เซื่องซึมและสิ้นหวัง
ฉันเห็นโลกแปลกหน้า ยาพิษในอาหาร สุสานบนถนน
คนบ้าถือกงล้อ เด็กน้อยถือปืนผา อาสาสู้ศึกร้าย
เพื่อนเอยฉันอยู่ไหน สุดท้ายก็หลงทาง (ได้แต่) หวังเพียงกลับบ้าน

(หญิงสาว)เปลื้องเสื้อผ้า ออกดูตัวเอง สิ้นเสียงสรรเสริญ หยุดเดินแล้วหรือ
จริง มีจริง ความหมาย สายน้ำ
แต่จำ จงจำ สายน้ำความหมาย อยู่ไกลแสนไกล มีเพียงสายใย หัวใจความรัก
ถักประสานจึงถึงที่หมาย

(ชายหนุ่ม) ฉันจึงมาหา ที่มาของสายน้ำ สายน้ำเป็นของใคร

การเดินทาง
Electric Guitar Solo โดย มาโนช
Sasophone Solo โดย เทวัญ ทรัพย์แสนยากร


หมอผีครองเมือง
ร้องนำ โดย พิชานัศ และ กฤตยา
Electric Guitar Solo โดย อรรถพร
Slide Guitar โดย มาโนช


(หมอผี) ยินดีต้อนรับ เชิญสิครับ ขอต้อนรับ คนช่างฝัน
คนมุ่งมั่น คนเดินทาง ลนลานรุ่มร้อน เร่งเรียกร้อง
ที่หมายปองคนช่างฝัน ตามหาฝันอุดมการณ์
เชิญแวะดื่มน้ำ เพียงสักครั้ง เย็นชุ่มฉ่ำ สุขเหลือล้ำ จากสายน้ำในลำธาร

สายน้ำ (แม้น) บอบช้ำ มัวหมองคล้ำ หมอผีทำ เวทย์ลึกล้ำ
ทำน้ำครำเป็นน้ำดี หมอผีครองเมืองนี้ กำหนดชี้ ใครคนดี
ใครดื่มน้ำ ใครทำตาม ย่อมมั่งมี เมืองนี้ภูติผี ปีศาจร้าย
มีมากมาย ผลสุดท้าย ให้หมอผี ครอบครองเมือง

ขอเชิญคำนับ ก้มหัวรับ ความสับปรับ ความฉ้อฉล ความมืดมนต์
เล่ห์กลลวง สมองไม่ต้องคิด ใช้ชีวิตตามลิขิต ตามแรงฤทธิ์ เดชอำนาจ
ปาฏิหารย์ หมอผี ต้อนรับ หมอผีชัก ชวนดื่มน้ำ ละความฝัน เลิกมุ่งมั่น
ลืมเดินทาง

(ชายหนุ่ม) ปลดปล่อยตัวเองไปตามลำธารเปลี่ยว โดดเดี่ยวคนเดียวเหลียวมองดูรอบกาย โดดเดี่ยวเดียวดาย กระหายพบเพื่อนร่วมทาง โลกที่อ้างว้าง เส้นทางที่ไกล
(หมอผี)หนีไปแห่งไหน ไปไม่พ้น ทุกผู้คน ถูกคุมขัง ถูกจองจำ ทุกข์ทรมาน
ผลการขัดขืน การฝ่าฝืน ทุกค่ำคืน เสียงกรีดร้อง ก้องโหยหวน ชวนอาเจียน
หมอผีครองเมืองนี้ กำหนดชี้ ทุกไอ้อี มึงขัดขืน ถูกข่มขืน แตกตื่นกลัว

เจ้าจงดื่มน้ำ เพียงสักครั้ง เย็นชุ่มฉ่ำ สุขเหลือล้ำ จากสายน้ำในลำธาร
เจ้า จงคำนับ ก้มหัวรับ ความสับปลับ ความฉ้อฉล ความมืดมน
เล่ห์กลลวง หมอผีครองเมืองนี้ ครองเมืองนี้ ครองเมื่องนี้ ครองเมืองนี้
เมืองนี้ หมอผีครอบครอง

(ชายหนุ่ม) คนจนยิ่งจน ยากจนเพราะ คนร่ำรวย ร่ำรวยเพราะ
คนยากจนสร้างให้รวย คนดีต้องตาย เพราะเหล่าร้าย พวกเหล่าร้าย
เขียนกฏหมาย ให้คนร้ายเป็นคนดี
หลายสิ่งที่เป็น แค่ที่เห็นเป็นภาพลวง เป็นภาพหลอน เฉกเช่นหนอนกลายเป็นเกลือ

(ชายหนุ่ม) ปลดปล่อยตนเอง ไปตามลำธาร เปลี่ยว โดดเดี่ยวคนเดียว เหลียวมองดูรอบกาย โดดเดี่ยวเดียวดาย กระหายพบเพื่อนร่วมทาง โลกที่อ้างว้าง
เส้นทางที่ไกล

(ชายชรา,หญิงสาว)อยากบอกให้รู้ความดียังมีอยู่ วางจิตรับรู้เข้าใจด้วยเหตุผล
ดื่มดับกระหาย สายน้ำของทุกผู้คน หยุดความสับสน เลือกหนทางเดิน

(ชายชรา,หญิงสาว,ชายหนุ่ม,)
สัจจธรรม จริงแท้ มั่นคงดำรงอยู่ ปัญญาความรู้เท่าทันความเศร้าหมอง
ดื่มเถิดเพื่อนผอง สายน้ำของการแบ่งปัน ร่วมกันสร้างฝันบนพื้นฐานความจริง

โลกใหญ่ใบนี้ไม่มีใครครอบครอง ไม่แบ่งเป็นสองเพ่งมองดูแม่น้ำ

(ชายหนุ่ม)
รูปรสกลิ่นเสียง ฟังด้วยหู ดูด้วยตา ชิมด้วยลิ้น กลิ่นจมูก สุขที่ใจ
มายาหลอกลวง เฝ้าหลอกหลอน คนอ่อนแอ คนยอมแพ้ คนธาตุแท้
เห็นแก่ตัว วิถีเหตุผล พาหลุดพ้น ฤทธิ์เวทย์มนต์ หมอผีร้าย สูญสลายในพริบตา
รูปรสกลิ่นเสียง ฟังด้วยหู ดูด้วยตา ชิมด้วยลิ้น กลิ่นจมูก สุขที่ใจ
มายาหลอกลวง เฝ้าหลอกหลอน คนอ่อนแอ คนยอมแพ้ คนธาตุแท้
เห็นแก่ตัว วิถีเหตุผล พาหลุดพัน ฤทธิ์เวทย์มนต์ หมอผีร้าย สูญสลายในพริบตา

(หมอผี) อำนาจวาสนา พาพลาดพลั้ง รากเหง้ายัง ฝังลึกอยู่
กูจะมา กูจะมา

แค้น
Electric Guitar Solo โดย โอฬาร
Synthesizer Solo โดย อรรถพร


ไกล
Slide Guitar โดย มาโนช


ผมสงสัยอยู่ว่า ทำไม จึงเป็นตัวของตัวเองไม่ได้ เป็นอย่างสัตว์ป่าสักตัว
สัตว์โทน อยู่ตามลำพังในป่า หิวก็กิน เหนื่อยก็นอน ไม่ต้องกินสิ่งที่ไม่อยากกิน
ไม่ต้องนอนในที่ที่ไม่อยากนอก ไม่ต้องเชื่อ ในเรื่องที่ไม่อยากเชื่อ

เฝ้าคอยพบวันใหม่ เนิ่นนานแสนไกล
เฝ้าคอยพบคนใหม่ อยู่ไกลแสนไกล
เฝ้าคอยพบทางใหม่ ยังอีกไกลแสนไกล
อีกไกลแสนไกลห่าง...........ต่างคนต่างเดินทางกันต่อไป***

****************************************************

ขอไว้อาลัยอย่างสุดซึ้ง แด่ พี่เปา ( ชัยณรงค์ โชติชัยกุล ) อายุ 42 ปี ร้าน เปาทอดสามกอง ที่จากพวกเราไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยโรคหัวใจวาย

ขณะนี้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดแสนสุข ข้างตลาดเกษตร พระสวดอภิธรรมทุกคืน เวลา 19.30 น. และจะทำณาปณกิจศพวันเสาร์ ที่ 13 ตุลาคม 2550 เวลา 12.00 น ณ วัดแสนสุข
จึงใคร่ขอเรียนเชิญทุกท่านไว้อาลัยแต่ พี่เปาเป็นครั้งสุดท้าย
(ติดต่อ วิโรจน์ 081 - 3709116 )
แด่...พี่เปา อาลัยยิ่ง?
From: kittipong kittipong (oodyart@hotmail.com)

พักกายพักใจนะพี่ชาย
หลับให้สบายเถิดยามนี้
วางภาระอย่าได้ห่วงนะคนดี
ขอให้พี่ไปสู่สรวงสวรรค์
ฉันพบพี่เพียงครั้งค่ำคืนหนึ่ง
ยังตราตรึงมิตรภาพค่ำคืนนั้น
เสียงดนตรีเชื่อมสายใยสัมพันธ์
มิตรภาพนั้นฉันจะจำไม่ลืมเลือน
หลับเถิดอย่าได้ห่วงใดใด
ด้วยรักด้วยอาลัยจากผองเพื่อน
เพลงนั้นที่พี่ชอบจะย้ำเตือน
คำว่า"เพื่อน"จักไม่มีวันตาย
...................
สาวกร๊อคเกอร์รุ่นเก๋า
เปาทอดจักไม่สูญสลาย
เปาทอดจักเนเวอร์ดาน์ย
แม้นชีพมลายสิ้นอินทรีย์
สู่สุขคติเถิดพี่ชาย
ด้วยอาลัยสุดท้ายจากใจนี้
โบยบินสู่แดนสุขาวดี
ทิพยดนตรีกล่อมพี่ชั่วนิรันดร์

ด้วยอาลัยยิ่ง วันนั้นไปทานเปาทอดครั้งแรกและครั้งเดียวจากฝีมือพี่เปา พี่เปาขอเพลงดรีมเธียร์เตอร์เพลงช้าๆให้ฟัง จำชื่อเพลงไม่ได้แล้ว จากนั้นก็ไปเจอกันอีกทีที่ร๊อคซิตี้วันที่เสรี แซ่ลี้มาเล่น ได้ฟังข่าวจากรายการโปรด ทำไมรายการวันนี้แปลกอ่ะ พอจับใจความได้ความเสียใจก็เกาะกินส่วนลึกในใจพรุ่งนี้จะไปเคารพพี่เปาอีกครั้ง

จาก เจมส์แบนอู๊ด พันวา

*********************************************************************
kongkamkhuan wrote today at 3:11 AM, edited today at 3:24 AM
เคย...นั้งคุย นั้งโม่ โอ้พี่ชาย
เคย...นั้งส่าย หัวเราะ ต่อสนาน
เคย...นั้งดื่มร่ำน้ำชา มายาวนาน
นั้งวิจารณ์...เรื่องชาวบ้านสนุกดี
เปา... 3 ลูกพร้อมชาเย็นไม่ต้องสั้ง
บอกหิวจัง นั้งแล้ว ก็เหมือนเดิม
น้ำ.. หนม หมดเดียวพี่เปาก็มาเติม
แล้วก็เริ่ม คุยต่อเรื่องของเพลง
แล้ววันนี้ ดื่มชาเย็น ไร้เปาคู่
ที่เคยอยู่คู่กันพลันมาหาย
ไหนใครบอก เปาทอด Never Die
ใจสลาย คืนค่ำ 9 ตุลา....

ขอบคุณครับ..พี่ชายที่แสนดี...ผู้จากไป....แม้นวันนี้ตัวพี่ไม่อยู่ในโลกแล้ว แต่...พี่จะอยู่ในใจของพวกเราตลอดกาล...เรื่องราวของพี่จะอยู่คู่กับเรา และ เพลงร๊อค ตลอดไป Rock Never Die
รักพี่...ครับ
อาคม
........................................................................................
 
 

ถือศีลกินผัก วัฒนธรรมบริสุทธิ์
VEGETARIAN FESTIVAL…VIRGIN CULTURE
“ผมเป็นลูกหลานชาวภูเก็ต...ก็อยากจะทำอะไรเพื่อภูเก็ตบ้าง”

นี่เป็นข้อความจากที่ผู้เขียนได้คุยกับลูกหลานชาวภูเก็ตคนหนึ่ง ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเขากำลังจัดทำเว็บไซต์เกี่ยวกับ ประเพณีถือศีลกินผัก และไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มที่คลุกคลีอยู่กับอินเตอร์เน็ตเป็นวัยรุ่นยุคใหม่แต่ยังให้ความใส่ใจกับประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของบ้านเกิดของตนเอง

และนี่ก็เป็นวิธีทางหนึ่งที่เขาจะช่วยอนุรักษ์เผยแพร่ประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามนั้นไว้ ถ้าพูดถึงประเพณีถือศีลกินผักคงจะต้องนึกถึงจังหวัดภูเก็ตอย่างแน่นอน เพราะเป็นประเพณีที่ได้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งหลอมรวมเอาความเชื่อ แรงศรัทธา การร่วมแรงร่วมใจของคนในท้องถิ่นในการทำกิจกรรมร่วมกัน...


กาลเวลาเปลี่ยนไปหลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงตามกันไปด้วย ประเพณีและวัฒนธรรมก็เช่นเดียวกันย่อมเปลี่ยนผ่านจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง การเล่าขานบอกกล่าวปฏิบัติให้เป็นเป็นวิธีการถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้และนำมาปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหน ประเพณีที่ยุ่งยากซับซ้อนคนทั่วไปเข้าไม่ถึง ยากต่อการปฏิบัติก็จะค่อยๆ ลบเลือนหรือหายไปในที่สุด จะคงเหลือไว้ในบางส่วนหรือเหลือไว้เฉพาะประเพณีที่ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้

ประเพณีถือศีลกินผักก็เช่นเดียวกันมีการปรับเปลี่ยนปรับปรุงเพื่อตอบรับกับความเจริญทางด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว

ผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่าน อาจจะต้องนั่งกุมขมับกับรูปแบบประเพณีที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ทั้งการแต่งกาย รูปแบบอาหาร รวมถึงการจุดประทัด บางครั้งทำให้ผู้ที่มาพบเห็นอาจจะไม่เข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประเพณีที่ดีงาม แต่นั่นก็อาจเป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของประเพณีวัฒนธรรมก็เป็นได้

แล้วใครล่ะ..ที่จะมีข้อมูลและให้คำตอบที่เป็นต้นฉบับ ก็คงจะต้องเป็นสภาวัฒนธรรมจังหวัด การสาวใยประเพณีถือศีลกินผักก็เริ่มขึ้น

การร่วมวงสนทนากับ อาจารย์ไชยยุทธ ปิ่นประดับ และอาจารย์บัญญัติ จริยะเลอพงษ์ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ทางด้านประเพณี วัฒนธรรมจะเรียกปราชญ์ชาวบ้านก็ว่าได้ จึงได้ทราบว่าประเพณีถือศีลกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย) ของจังหวัดภูเก็ตนั่นเริ่มครั้งแรกที่อำเภอกะทู้ในปี พ.ศ.2368 พระยาถลาง (เจิม) ได้ย้ายเมืองถลางมาตั้งที่บ้านเก็ตโฮ่ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ดีบุก แต่บริเวณดังกล่าวเป็นป่าทึบมีไข้ป่าชุกชุม เมื่อคณะงิ้ว (ปั่วฮี่) จากเมืองจีนมาเปิดการแสดงและเกิดล้มเจ็บลง

คณะงิ้วจึงได้ประกอบพิธีกินผักเพื่อบวงสรวงเทพเจ้า “กิ้วอ๋อง ไต่เต่” และ “ยกอ๋องส่งเต่” หลังจากนั้นโรคภัยเข้าเจ็บได้หมดไป ชาวกะทู้เกิดศรัทธาจึงประกอบพิธีกินผักขึ้น โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 รวม 9 วัน 9 คืน เพื่อความเป็นมงคลแก่ตนเองและบ้านเมือง ต่อมามีผู้รับอาสาไปอัญเชิญคัมภีร์ต่างๆ ที่ใช้ในพิธีกินผักที่มณฑลกังใสประเทศจีน และได้เดินทางกลับมาถึงในวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 9 ชาวบ้านจึงจัดขบวนไปรับที่บ้านบางเหนียวอันเป็นกำเนิดของพิธีรับพระ ซึ่งในปีนี้ประเพณีกินผักจะเริ่มขึ้นในวันที่ 22 ถึง 29 ตุลาคม ( พ.ศ. 2549 )


การถือศีลกินผักก็เป็นการดูแลรักษาตนเองให้อยู่ในศีลธรรมทั้งทางกายและทางใจ การงดรับประทานเนื้อสัตว์และไขมันต่างๆ ก็เป็นการชำระสารตกค้างในร่างกาย การแต่งชุดชาวเพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นกำลังถือศีลจะเป็นเครื่องเตือนใจให้ตนเองไม่เขวไปในสิ่งยั่วยุ อีกทั้งผู้อื่นก็ได้ทราบด้วยว่าผู้นั้นกำลังปฏิบัติธรรมถือศีลกินผัก ไม่ควรจะชักนำไปในที่อโคจรหรือทางที่ไม่เหมาะสม ในปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตได้กลายเป็นเมืองนานาชาติ เมืองแห่งการท่องเที่ยว มีผู้คนมากมาย หลากหลายภาษา หลายวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามอย่างเช่น ประเพณีถือศีลกินผักก็ถูกหยิบยกให้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ล้วนเป็นสิ่งที่ดี แต่ความพอดีและความลงตัวของการท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมอยู่ตรงไหน

อันจะเห็นได้จากการเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนประเพณีถือศีลกินผักในรูปแบบต่างๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่เปลี่ยนแปลงไป ป้ายโฆษณา หรือแม้กระทั่งรูปแบบอาหารที่ปรับเปลี่ยนตามกระแส ผู้เขียนมีเรื่องเล่าที่แสดงถึงรูปแบบอาหารในพิธีถือศีลกินผักคือ มีคนกลุ่มหนึ่งได้นำขนมที่ทำมาจากแป้งเป็นผล ลูกท้อและรูปปลา วางบนโต๊ะบูชาหน้ายกอ๋องส่งเต่ (พระอิศวร) ครั้นวันรุ่งขึ้นเทพเจ้าส่ามไถ้จือประทับทรงตรวจตราตามหน้าที่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ท่านเข้าไปหยิบขนมที่ทำเป็นรูปปลาออกส่วนขนมลูกท้อนั้นยังคงไว้เช่นเดิม

จะเห็นได้ว่าขนมที่ทำเป้นรูปปลาถึงแม้จะทำจากแป้งก็ตามก็ไม่สามารถนำมาใช้ในประเพณีกินผักได้ เพราะผู้ร่วมประเพณีกินผักต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดทั้งกายและใจ หากจะวิเคราะห์กันไปแล้ว การสืบสานประเพณีต่างๆ นั้น ควรจะต้องเข้าใจถึงหลักการเหตุผลที่มาที่ไป

การปฏิบัติที่นำมาเฉพาะรูปแบบ โดยไม่เข้าถึงเนื้อหาสาระที่แท้จริง อาจจะไม่เข้าถึงแก่นแท้ของวัฒนธรรม การที่เราเห็นม้าทรงมีการเสียบหรือแทงตามร่างกาย เหตุผลหนึ่ง ม้าทรงเหล่านั้นกำลังรับเคราะห์แทนพวกเราโดยการทรมานตนเอง เพื่อมิให้เคราะห์กรรมต่างๆ ต้องตกมายังลูกหลาน ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ซึ่งในอดีตการนำเอาอาวุธหรือเหล็กมาเสียบแทงตามร่างกายจะเป็นเพียงเหล็กอันเล็กๆ เท่านั้นเอง


พิธีกรรม คือการแสดงออกถึงความเชื่อเหล่านี้ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตาย มีพิธีกรรมเกี่ยวกับชีวิต พิธีกรรมฤดูกาล หรือวันสำคัญของศาสนา ประเพณีที่ได้กำหนดและได้กระทำสืบต่อกันมา

พิธีกรรมเหล่านี้นอกจากจะให้ความหมายเกี่ยวกับชีวิตแล้ว ยังเป็นการกระชับความเชื่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน ประเพณี เกิดขึ้นได้จากความเชื่อในสิ่งที่มีอำนาจเหนือมนุษย์ ฉะนั้น ประเพณี คือ ความประพฤติของคนส่วนรวมที่ถือกันมาเป็นธรรมเนียมและสืบต่อกันมา จึงทำให้ประเพณีเดิมคงอยู่ต่อไปได้โดยคนในสังคมผู้เป็นเจ้าของประเพณี แต่ถ้าหากจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากหรือน้อยก็แล้วแต่ความเป็นไปของประวัติศาสตร์


ประเพณีถือศีลกินผักเป็นการเฉลี่ยสุขของคนรวยกับคนจน เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในสังคม การจะอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมใด จะต้องศึกษาให้เข้าถึงเนื้อแท้สาระของประเพณีนั้น เพราะวัฒนธรรมที่บริสุทธิ์ (virgin culture) คือเครื่องบ่งชี้ถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาตินั่นเอง

เรื่องโดย ...นายมอร์แกน


Elderly Home & Family Day
บ้านพักคนชรา 14 เมษา กับวันครอบครัว

www.konphuket.com   

   เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า “เอาไว้แกมีลูกมีครอบครัวก่อนละกัน แล้วจะรู้ว่าพ่อแม่รักลูกมากแค่ไหน” ด้วยสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบันมีการแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันในทุกๆ ด้าน ครอบครัวไทยในอดีตที่เป็นครอบครัวใหญ่หรือครอบครัวรวม กลายมาเป็นครอบครัวเดี่ยวดังในปัจจุบัน

   ความผูกพันครั้งในอดีตน้อยลง ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างใช้ชีวิต บางคนทุ่มเททำงานหรือทำธุรกิจเพื่อหวังความเจริญก้าวหน้าในอนาคตจนลืมสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต นั่นคือ ครอบครัว เพราะมักจะคิดว่าครอบครัวเป็นของตาย ครอบครัวไม่หนีไปไหน ค่อยกลับมาดูแลเอาใจใส่เวลาไหนก็ได้

    แต่แล้ววันหนึ่งที่เราต้องเสียเขาไป เราไม่อาจย้อนเวลาหวนคืนกลับไปดังเดิมได้ หลายคนทิ้งพ่อแม่ให้ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างลำพังโดดเดี่ยว ซ้ำยังทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน ลูกก็บอกว่าพ่อแม่ล้าหลังเป็นไดโนเสาร์ พ่อแม่ก็บอกว่าลูกไม่เชื่อฟัง ไม่ทำตาม แข็งกระด้าง ทั้งที่เขาอาบน้ำร้อนมาก่อน

    ด้วยธรรมชาติของคนหนุ่มสาวที่ย่อมจะมีไฟฝัน มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ จะตะเกียกตะกายฝันอย่างที่ตั้งใจไว้ ....ใครมาทักท้วงหรือขัดขวางกว่าจะหยุดฟังคงต้องลองผิดลองถูกกันก่อน และอีกธรรมชาติของผู้มีประสบการณ์มาก่อน......... ก็ย่อมมองเห็นเส้นทางข้างหน้าถึงแม้อาจจะเริ่มเลือนรางด้วยเวลาที่ผ่านเลยไปและวัยที่ต่างกัน...... แต่พอคาดเดาได้ต่างฝ่ายจึงหันหลังให้กัน....... ผู้สูงอายุบางท่านต้องใช้ชีวิตไปวันๆ หลังจากที่ได้ต่อสู้กับชีวิตจนถึงวันนี้ .......

     บางคนกลายเป็นคนเรียกร้องความสนใจเพื่อให้ลูกหลานมาคอยดูแล บางคนชอบออกไปพบปะเพื่อนฝูงในวัยเดียวกันเพื่อสันทนาการ ซ้ำร้ายบางคนหนีออกจากบ้าน


    สถานสงเคราะห์คนชราบ้านภูเก็ต หรือบ้านพักคนชราเป็นอีกหนึ่งที่รับรู้ถึงความแตกต่างเหล่านี้ของสังคม หลายปีที่ก่อตั้งขึ้นมา จำนวนคนชราที่เข้ามาอาศัยมีเพิ่มมากขึ้นจนน่าเป็นห่วง ตัวเลขที่น่าสนใจคือ เพียงไม่กี่ปีมานี้คนชราที่เป็นคนภูเก็ตแท้ๆ เริ่มมีปริมาณมากขึ้นเกือบครึ่ง ทั้งนี้เมื่อหลายปีก่อนมีเพียงไม่กี่คน บางคนมาอยู่ด้วยความสมัครใจ บางคนลูกหลานพามาส่งเพราะเข้ากันไม่ได้และไม่สามารถเลี้ยงดูได้อีกต่อไป


     แต่นั่นก็มิใช้ความเลวร้ายที่เกิดสุดจะบรรยาย แต่ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุที่ได้เข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้กลับมีสภาพจิตใจที่ดี ร่างกายแข็งแรงขึ้น เพราะได้มาอยู่ร่วมกันกับคนในวัยเดียวกันเข้าอกเข้าใจกัน ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกหลานหรือคนในครอบครัว แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากขึ้น บางคนได้ทำในสิ่งที่ตนถนัด เช่น สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เก้าอี้ไม้ พับกระดาษ หรือแม้แต่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น


     อีกทั้งปัจจุบันบ้านพักคนชราภูเก็ตยังได้รับความสนใจจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค และเข้าไปสร้างกิจกรรมร่วมกัน แววตาของผู้สูงอายุเหล่านั้น บอกถึงความปลื้มปิติที่ได้อยู่ร่วมกับลูกๆ หลานๆ อีกครั้ง ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกหลานที่แท้จริงก็ตาม


     ทุกวันเทศกาลหรือวันธรรมดา สังคมภูเก็ตไม่เคยลืมที่จะไปร่วมทำกิจกรรมร่วมกับผู้สูงอายุ รับประทานอาหารร่วมกัน ร้องรำทำเพลง ดูแล้วครึกครื้นน่าดู โดยเฉพาะช่วงเทศกาลผู้สูงอายุแทบไม่ได้หยุดพักผ่อนกันเลย เพราะมีผู้เข้าไปเยี่ยมเยียนตลอดเวลา แต่แววตาก็บ่งบอกถึงความสุข


     13 เมษายน วันผู้สูงอายุ และ 14 เมษายน วันครอบครัว เพียง 2 วันคงไม่พอสำหรับคำว่าครอบครัว เพียงแต่สำหรับครอบครัวนั่นคือทุกวันแค่เลือกสรรตามความเหมาะสม


     ถึงแม้บ้านพักคนชราจะเป็นที่รองรับสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาในชีวิตบั้นปลาย แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของที่แห่งนี้ เพียงแต่ทุกคนในครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันกับวันเวลาที่เข้าใจ
    วันนี้ลองหันมาให้ความเข้าใจกับคนในครอบครัว และลองทบทวนถึงบุญคุณตลอดจนความหวังดีที่มีต่อกันคำว่ากตัญญูไม่เพียงพอต่อคำบรรยาย ถึงแม้สถานสงเคราะห์คนชราบ้านภูเก็ตจะรองรับและให้การช่วยเหลือแก่ผู้สูงอายุ แต่ก็เป็นแค่เพียงที่พักที่อาศัยทางกาย แต่สำหรับทางใจแล้วคงต้องบอกว่า

ที่แห่งนี้เป็นเพียงสถานสงเคราะห์แต่ไม่ใช่ “บ้าน”

บทความโดย  นาย มอร์แกน
www.konphuket.com 
http://www.hotel-resort-thailand.net 



พิพิธภัณฑ์มีชีวิต
Thalang Culture Village
A Live Museum Alive

           ยุคสมัยนี้ กระแสการส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมกำลังมาแรง ผู้หลักผู้ใหญ่รวมไปถึงหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างหันมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กันมากทีเดียว แต่ประเพณีและวัฒนธรรมนั้นเป็นเรื่องที่ซื้อขายกันไม่ได้ เป็นสิ่งที่สั่งสมบ่มเพาะกันมาหลายชั่วอายุคน หลายๆ ที่ หลายๆ หน่วยงาน พยายามส่งเสริมและฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้เงินเป็นสื่อกลาง แต่แล้วก็มักจะล่มลงกลางคัน

           ปัจจัยสำคัญก็คือการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน หากคนในชุมชนไม่มีส่วนร่วมในประเพณีและวัฒนธรรมนั้นแล้วก็ยากที่จะฟื้นคืนกลับมาดังเดิม ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดถึงความสำเร็จในการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและกำลังเป็นที่น่าจับตามองถึงเส้นทางข้างหน้าของการสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของบรรพบุรุษคือ "หมู่บ้านวัฒนธรรมถลาง บ้านแขนน"

        ...จุดประกายและความตั้งใจของผู้ก่อตั้งคือ ว่าที่ ร.. บัญญัติ จริยเลอพงษ์ ผู้ที่เล็งเห็นว่าชาวบ้านหมู่ที่ 2 .เทพกระษัตรี ถ.ถลาง จ.ภูเก็ต มีความรักใคร่กลมเกลียว มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ได้ร่วมกันสืบสานและอนุรักษ์วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี จึงได้คิดสร้างรูปแบบของการรองรับกิจกรรมและการรวมกลุ่มดังกล่าวให้คงอยู่และถาวรต่อไป

           รูปแบบดังกล่าว จึงเกิดขึ้นในแบบของ "หมู่บ้านวัฒนธรรมถลาง" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่กลางรวบรวมเรื่องราวทางด้านวัฒนธรรม ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่สืบทอด สืบสาน เผยแพร่ อนุรักษ์ รวมถึงส่งเสริมงานทางด้านวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นที่รองรับการจัดการดำเนินกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องและที่สำคัญเพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างโอกาสให้มีอาชีพหรือรายได้เสริมจากการทำกิจกรรม และรายได้จากผลผลิตทางด้านการเกษตรอีด้วย

           พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ผู้เขียนให้ความสนใจประเด็นนี้เป็นพิเศษ ตามที่เราได้ดูหรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มักจะเป็นรูปแบบของหุ่นหรือรูปภาพ สิ่งของบางอย่างก็ได้หายสาบสูญไปจากชีวิตจริงของเราแล้ว แต่รูปแบบของหมู่บ้านวัฒนธรรมถลางเป็นการดำเนินการและร่วมปฏิบัติของชาวบ้านที่ รู้จริง ทำจริง และสิ่งที่ทำก็เป็นสิ่งที่ใช้จริงอยู่ในชีวิตประจำวัน

          ระยะเวลา 3 ปี กับพื้นที่ 5 ไร่เศษของการก่อตั้งหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้ สื่อทั้งในท้องถิ่นและส่วนกลางได้นำเสนอเรื่องราวออกสู่สายตาของคนทั้งประเทศ ปัจจุบันนี้หมู่บ้านแห่งนี้ต้องรองรับนักเรียน นักศึกษาและผู้เข้าร่วมชมไม่ต่ำกว่า 1,000 คน/สัปดาห์ นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับเยาวชนตัวน้อยๆ ของเราได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คุณยายอายุกว่า 80 ค่อยๆ จับมือหลานๆ สานตะกร้อของเล่นที่ทำจากใบมะพร้าว พื้นที่ 5 ไร่เศษมีเรือนไม้ที่แบ่งตามกิจกรรมนั้นๆ

           ตั้งแต่การทำขนมพื้นบ้าน การทำอาหารคาวหวาน เรือนไทยที่ประกอบด้วยเครื่องใช้ไม้สอยในยุคเก่าที่ยังคงใช้งานได้ มีการละเล่นของเด็กในสมัยก่อน เรื่องที่กล่าวมานี้