98.0 IT Radio Phuket Thailand

พิพิธภัณฑ์มีชีวิต
Thalang Culture Village
A Live Museum Alive

           ยุคสมัยนี้ กระแสการส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมกำลังมาแรง ผู้หลักผู้ใหญ่รวมไปถึงหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างหันมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กันมากทีเดียว แต่ประเพณีและวัฒนธรรมนั้นเป็นเรื่องที่ซื้อขายกันไม่ได้ เป็นสิ่งที่สั่งสมบ่มเพาะกันมาหลายชั่วอายุคน หลายๆ ที่ หลายๆ หน่วยงาน พยายามส่งเสริมและฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้เงินเป็นสื่อกลาง แต่แล้วก็มักจะล่มลงกลางคัน

           ปัจจัยสำคัญก็คือการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน หากคนในชุมชนไม่มีส่วนร่วมในประเพณีและวัฒนธรรมนั้นแล้วก็ยากที่จะฟื้นคืนกลับมาดังเดิม ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดถึงความสำเร็จในการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและกำลังเป็นที่น่าจับตามองถึงเส้นทางข้างหน้าของการสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของบรรพบุรุษคือ "หมู่บ้านวัฒนธรรมถลาง บ้านแขนน"

        ...จุดประกายและความตั้งใจของผู้ก่อตั้งคือ ว่าที่ ร.. บัญญัติ จริยเลอพงษ์ ผู้ที่เล็งเห็นว่าชาวบ้านหมู่ที่ 2 .เทพกระษัตรี ถ.ถลาง จ.ภูเก็ต มีความรักใคร่กลมเกลียว มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ได้ร่วมกันสืบสานและอนุรักษ์วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี จึงได้คิดสร้างรูปแบบของการรองรับกิจกรรมและการรวมกลุ่มดังกล่าวให้คงอยู่และถาวรต่อไป

           รูปแบบดังกล่าว จึงเกิดขึ้นในแบบของ "หมู่บ้านวัฒนธรรมถลาง" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่กลางรวบรวมเรื่องราวทางด้านวัฒนธรรม ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่สืบทอด สืบสาน เผยแพร่ อนุรักษ์ รวมถึงส่งเสริมงานทางด้านวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นที่รองรับการจัดการดำเนินกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องและที่สำคัญเพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างโอกาสให้มีอาชีพหรือรายได้เสริมจากการทำกิจกรรม และรายได้จากผลผลิตทางด้านการเกษตรอีด้วย

           พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ผู้เขียนให้ความสนใจประเด็นนี้เป็นพิเศษ ตามที่เราได้ดูหรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มักจะเป็นรูปแบบของหุ่นหรือรูปภาพ สิ่งของบางอย่างก็ได้หายสาบสูญไปจากชีวิตจริงของเราแล้ว แต่รูปแบบของหมู่บ้านวัฒนธรรมถลางเป็นการดำเนินการและร่วมปฏิบัติของชาวบ้านที่ รู้จริง ทำจริง และสิ่งที่ทำก็เป็นสิ่งที่ใช้จริงอยู่ในชีวิตประจำวัน

          ระยะเวลา 3 ปี กับพื้นที่ 5 ไร่เศษของการก่อตั้งหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้ สื่อทั้งในท้องถิ่นและส่วนกลางได้นำเสนอเรื่องราวออกสู่สายตาของคนทั้งประเทศ ปัจจุบันนี้หมู่บ้านแห่งนี้ต้องรองรับนักเรียน นักศึกษาและผู้เข้าร่วมชมไม่ต่ำกว่า 1,000 คน/สัปดาห์ นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับเยาวชนตัวน้อยๆ ของเราได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คุณยายอายุกว่า 80 ค่อยๆ จับมือหลานๆ สานตะกร้อของเล่นที่ทำจากใบมะพร้าว พื้นที่ 5 ไร่เศษมีเรือนไม้ที่แบ่งตามกิจกรรมนั้นๆ

           ตั้งแต่การทำขนมพื้นบ้าน การทำอาหารคาวหวาน เรือนไทยที่ประกอบด้วยเครื่องใช้ไม้สอยในยุคเก่าที่ยังคงใช้งานได้ มีการละเล่นของเด็กในสมัยก่อน เรื่องที่กล่าวมานี้ผู้เข้าร่วมชมต้องลงมือทำเอง ตั้งแต่จุดไฟจากเตาถ่ายจนถึงหุงข้าว ปรุงเครื่องแกงพื้นบ้าน เช่น แกงส้ม แกงไตปลา อีกทั้งยังมีการทำขนม เช่น ขนมครก ขนมโค พอถึงเที่ยงก็มาลิ้มชิมรสกับอาหารฝีมือเราเอง โดยมีชาวบ้านคอยเป็นพี่เลี้ยงอยู่ห่างๆ

           ผู้ใหญ่หลายท่านอาจจะมองเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้ามองย้อนกลับไปถึงเด็กและเยาวชนในรุ่นปัจจุบันที่อยู่ในเขตเมือง บางครั้งพวกเขาเหล่านั้นยังไม่เคยพบเคยเจอสิ่งที่ผู้เขียนกล่าวมาเลยก็เป็นได้ หากเราเคยเรียนลูกเสือหรือเนตรนารีจะมีการเข้าค่ายเพื่อใช้ชีวิตในป่า มีการติดไฟด้วยไม้ขีด 3 ก้าน แต่ผู้เขียนคิดว่าปัจจุบันนี้ให้ไม้ขีดมาทั้งกลัก บางครั้งยังติดไฟไม่ได้เลย เพราะนั่นคือสิ่งที่เราไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน

           หากวันนี้เราไม่สร้างความเข้มแข็งทางด้านวัฒนธรรมให้กับเด็กและเยาวชนเหล่านี้ พวกเขาก็จะเติบโตโดยไม่มีทักษะของการใช้ชีวิต ไม่รู้จักแก้ปัญหาเอาตัวรอดในสังคมที่เลวร้าย รวมถึงจิตใจที่ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน การได้รู้ถึงที่มาที่ไปของบรรพบุรุษคือ เครื่องที่จะทำนายได้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร

           ถึงแม้ว่ามีผู้ให้ความสนใจกับหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้มาก แต่ปัญหาที่ประสบอยู่ในขณะนี้ก็คือ เรือนไม้บางหลังไม้ผุและพังลงไปตามอายุการใช้งานเพราะขาดงบประมาณในการบำรุงซ่อมแซม ดังที่กล่าวไปแล้วว่าหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้เป็นการมารวมกลุ่มกันของชาวบ้าน ไม่ได้เป็นการรวมลงทุนจากนักธุรกิจแต่อย่างใด รายได้จากการร่วมสมทบทุนจากผู้เข้าร่วมก็ไม่เพียงพอที่จะบูรณะซ่อมแซมได้ หากไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรที่เข้ามาดูแล ในส่วนนี้ผู้เขียนคิดว่าในไม่ช้าเราจะไม่เหลือเรือนไม้เหล่านี้ให้ลูกให้หลานเราได้เป็นที่เรียนรู้อีกต่อไป

             แม้ว่าเหตุการณ์และสภาพของบ้านเมืองจะประสบกับวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงมาหลายครั้งก็ตาม รวมทั้งต้องฝ่าฟันกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอันเป็นผลกระทบจากการเจริญเติบโตของเมือง แต่ชุมชนก็ยังคงยืนหยัดและมั่นคงในการดำรงวิถีของชุมชนทางด้านวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างเข้มแข็งและพอเพียง โดยมีศูนย์กลางการรองรับในรูปแบบของ "หมู่บ้านวัฒนธรรมถลาง พิพิธภัณฑ์มีชีวิต" ...

เรื่องโดย นายมอร์แกน www.konphuket.com  

Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help