98.0 IT Radio Phuket Thailand

morgan's posts with tag: dreamer

What are tags? You can give your posts a "tag", which is like a keyword. Tags help you find content which has something in common. You can assign as many tags as you wish to each post.
View posts by people in your network with tag dreamer
ddd
dThumbnaild
ddd
ตอนนั้นไปเที่ยวกันโอ้ว...ก็สนุกดี แต่มันเป้นยังไงแล้วจำไม่ค่อยได้แล้วแต่รู้สึกว่าเพื่อนผม เกือบเป็นลม หิวเกิน...

( เรื่องจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม )

 

By On The Way

 

สวัสดีครับ เรื่องที่ผมจะกล่าวถึงนี้ จะเรียกว่าเป็นปัญหาสังคมไปแล้วก็เป็นได้ครับ เพราะ ตามถนนในทุกๆสายของเมืองภูเก็ต ปรากฏให้เห็นเด็กแวนซ์ นักซิ่งไร้สนามกันอยู่บ่อยครั้ง การสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านกลายเป็นแฟชั่นที่ฮิตกันในหมู่วัยรุ่น

          การไม่กลัวกฏหมาย การไม่ยี่หร่าต่อความตาย ซึงวัยรุ่นเหล่านี้ติดอยู่ในความเสี่ยงสูง การก่ออาชญากรรม การหาเงินแบบผิดวิธีผิดกฏหมาย การลักทรัพย์ หรือกระทั่งการค้ายาเสพติดซึ่งในหมู่วัยรุ่นกลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็น ผู้สร้างปัญหา ซึ่งไม่ได้มีแต่เฉพาะในภูเก็ตเท่านั้น ในเขตพื้นที่จังหวัดอื่นๆก็เช่นเดียวกัน

 

        ย้อนมองกลับไปซัก 5 - 6 ปีก่อน การที่จะมีพวกเด็กแวนซ์ เที่ยวขับรถตามถนน กลางค่ำกลางคืนมีน้อยมากมาก  ภูเก็ตน่าอยู่ วัยรุ่นอ่อนน้อม น่ารัก แต่ปัจจุบันกายเป็นบุคคลที่น่ากลัว หยาบคาย  ก้าวร้าว ซึ่งมีปัจจัยหลายๆอย่างทำให้วัยรุ่นกลุ่มนี้เกิดการสร้างอิทธิพลกันขึ้น แต่เราลองสังเกตุได้อีกหลายๆอย่าง วัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นบุตรหลานของคนค่อนข้างหนักไปทางมีฐานะ ทั้งสิ้น การแต่งรถ การแต่งกาย ล้วนแล้วแต่ของดีๆ สินค้าแบรนด์เนม แต่การที่ไม่ยอมขอเงินพ่อแม่ใช้ (หรือ พ่อแม่ไม่ให้ อันนี้ไม่ทราบนะครับ ) จึงทำให้เกิดปัญหาการ ลักทรัพย์ ค้าประเวณี และทำในสิ่งผิดกฏหมาย

 

       การแก้ปัญหานั้นมักแก้กันไม่ถูกจุด พวกท่านๆคนใหญ่คนโตในสังคมก็ไม่เห็นว่าจะช่วยอะไรสังคมได้มากมายเท่าที่ควร ช่วยสังคมในส่วนที่สามารถ เอาหน้าตาทางสังคม ช่วยกันในสังคม( ส่วนตัว ) ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ก็ทำงานกันได้ค่อนข้างลำบาก ( ในการควบคุมเด็กแวนซ์ ) หรือไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร เอาเวลาไปทำอย่างอื่นเสียส่วนใหญ่ นักการเมือง ในบ้านเมืองก็ห่วงแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวของท่านๆกัน ได้ไม่มองลงมาที่ปัญหาระดับล่าง ที่กำลังจะกลายไปเป็นปัญหาระดับสูง 

 

    ใครจะสามารถมาแก้ปัญหานี้ได้ เด็กแวนซ์ จะลดลงหรือเพิ่มมากขึ้น ปัญหาสังคม จะก่อตัวมากกว่าเดิมหรือน้อยลงไป เด็กแวนซ์ ผ้าขาวที่เปื้อนฝุ่น นักซิ่งไร้สนาม ใครจะเข้ามาขัดเกลาพวกเขาให้รักครอบครัว พ่อแม่ รักตัวเค้าเอง คอรบครัวของพวกเค้าให้ความอบอุ่นและรัก(ที่แท้จริง)กับพวกเค้า การเลี้ยงลูกไม่ได้เลี้ยงด้วยเงินตราแต่เลี้ยงด้วยความรักถนุถนอมกันและกัน  ใครจะซักผ้าขาวผืนนี้ที่จะเป็นอนาคตของชาติ.........ลองคิดกันดูนะครับ


ปฐมบท แห่ง มหาสงคราม ศักสิทธิ์

 

บนดินแดนอันแสนกว้างใหญ่ไพศาลหรือจะเรียกว่า ดินแดนแห่ง สยาม ...

. จุดที่อุดมสมบูรณ์แหล่งรวมแห่งสรรพชีวิตทั้งหลายถูกจารึกไว้ด้วยสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาในนามดินแดนแห่ง " สยาม " ตั้งแต่สมัยโบราณกาล แม้ที่มาแห่งต้นกำเนิดจะไม่แน่ชัดถึงความหมายที่แท้จริงของชื่อนี้แต่ทุกสรรพสิ่งก็ได้รำลึกและรู้ว่าสิ่งที่ตนเหยียบย่ำอาศัยอยู่นี้มีชื่อว่าอะไร .. และเมื่อสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่า " มนุษย์ " ได้ถือกำเนิดขึ้นมา!  มันสมองที่มีปัญญาเหนือจากสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาก่อนหลายเท่าตัว...

สิ่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงการคงสภาพของดินแดนสยามไปอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  จากการเรียงหินเป็นรูปทรงเพื่ออยู่อาศัยไปเป็นตัดไม้สร้างสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ปัญญานั่นถูกใช้เพื่อตัวเองและพวกพ้อง  แต่ ดินแดนสยาม ไม่ได้มีแค่สิ่งที่มองเห็นเพียงผิวเผินบนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้เท่านั้น  แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตร่วมดินแดนและรวมไปถึงปรากฏการณ์ประหลาดที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง  ผืนทะเลที่มีสีสันต่างๆกัน ในแต่ละพื้นที่ราวกับมีชีวิตและอีกหลากหลายอย่างที่ ต้องก้มลงมองถึงเห็น แหงนมองท้องฟ้าถึงได้รู้  บางครั้งเพียงแค่หลับตาก็สัมผัสได้....

 

ในดินแดนแห่ง สยาม มนุษย์ไม่ได้ถือกำเนิดมาเพียงเผ่าพันธุ์เดียวเท่านั้น และด้วยสติปัญญาของ มนุษย์ ที่มีความสามารถในการผสมผสานสิ่งต่างๆอันมีมากมาย สุดพรรณนาบนดินแดนที่สุดกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ แต่น่าเสียดายที่ช่วงชีวิตของมนุษย์นั้นไม่ได้ยืนยาว เหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่เกิดขึ้นมาก่อนที่มนุษย์จะถือกำเนิดขึ้น บนดินแดน สยาม  การผสมผสาน สิ่งต่างๆของมนุษย์บางกลุ่มได้เปลี่ยนแปลงลักษณะเดิมของตัวเองให้สามารถมีชีวิตยืนยาวได้ ซึ่งมนุษย์บางกลุ่มใช้ประโยชน์จากธรรมชาติด้วยการใช้ประโยชน์จาก " พืช "  ระดับสิ่งมีชีวิตที่อยู่สูงที่สุดในการให้กำเนิดพลังแห่งชีวิตจนไปถึงขั้นต่ำที่สุดในการย่อยสลาย

 

แต่... ผืนแผ่นดินของ สยาม มิได้ย้อมด้วยสีเขียว จากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์เสียทั้งหมด  เทือกเขาอันหนาวเหน็บปกคลุมไปด้วยสีขาวของหิมะ ทะเลทรายอันร้อนละอุที่ว่างเปล่าอ้างว้าง ภูเขาสูงและหุบเหวลึก สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาต่ำกว่าก็ใช่ว่าจะโง่เขลาไปเสียทุกตน เหตุเพราะวิวัฒนาการไม่ได้บังเกิดแต่เพียงกับมนุษย์เพียงเท่านั้น...

 

" หิมพานต์ "  คือเหล่าสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาก่อนมนุษย์  ร่างที่มีพลังสถิตย์อันมหาศาล ลักษณะพิเศษอันอัศจรรย์ของสัตว์ป่า  พลังที่แฝงความลี้ลับที่กลั่นกรองมาจากรุ่นต่อรุ่นสิ่งที่มีความเข้มแข็งจนมองเห็นสิ่งมีชีวิตอื่นราวกับมดปลวก

 

ทว่า... ความอัศจรรย์ของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ที่พยายามต่อต้าน โดยมีจุดมุ่งหมายของอิสรภาพ เพื่อไม่อยู่ภายใต้อำนาจของ เผ่าหิมพานต์  เมื่อร่างกายที่อ่อนแอไร้พลังสถิตย์อย่างมนุษย์ต้องต่อกรกับ สิ่งมีชีวิตที่มีพลังดุจเทพเจ้า ที่ถูกขนานนามว่า " สัตว์เทพ " หลายต่อหลายครั้ง ความยาวนานในการหาทางต่อสู้กับเหล่าสัตว์เทพขัดเกลาความรู้ด้านยุทธวิธี  ความเข้าใจในจุดแข็งจุดอ่อนความเข้มแข็งทางแขนง " วิชายุทธ " จึงก่อเกิดขึ้นแต่นั่นยังไม่สามารถทำให้กลุ่มมนุษย์ผู้ต่อต้านสามารถเอาชนะได้  สิ่งที่เหลือไว้บนสมรภูมิคือเลือดเนื้อของเพื่อนพ้องที่กระจัดกระจายอยู่ทุกหนแห่ง

 

เพื่ออิสรภาพของตนพวกเขาไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้  มันสมองอันเป็นจุดเด่นของพวกเขาได้หาสิ่งต่างๆนาๆมาสร้าง " ศาสตาวุธที่ทรงพลัง "  เพื่อต่อกรกับเขี้ยวเล็บของเหล่าเทพอสูรเหล่านั้น... และสิ่งที่มนุษย์ได้ค้นพบ คือ...โลหะ

 

" โลหะ " คือสิ่งที่เหล่ามนุษย์ผู้อยากเป็นอิสระค้นพบและใช้ในการสร้างอาวุธขึ้นมาด้วยความร้อนแรงของภูเขาไฟ เสียงปะทะแรงกล้า  ดังสนั่น  ประกายเจิดจ้าจากไฟจากแรงเสียดสีระหว่างเขี้ยวเล็บและโลหะได้ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง  อำนาจเวทย์มนต์แห่งสัตว์เทพเจ้าถูกหักล้างด้วย ศาสตราวุธที่กวัดแกว่งไปอย่างกล้าหาญองอาจ  เลือดเนื้อของเหล่าสัตว์เทพเริ่มปะปนกับเลือดเนื้อมนุษย์ที่พ่ายแพ้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  หนทางของเหล่าผู้ต้องการอิสระเริ่มเปิดกว้างขึ้น ด้วยความพยายามที่จะอยู่รอด  จนในที่สุดสยามทวีปก็ได้ถูกกลุ่มนักรบ ผู้กล้าเหล่านี้ครอบครอง และได้ตั้งรกราก บนพื้นที่ดินแดนเหล่านี้ และสถาปนาขึ้นเป็นนคร ซึ่งต่อมา ดินแดนแห่งนี้คือ " ศาสตรานคร "

 

ส่วนผู้ที่เคารพรักในสัตว์เทพเจ้าและอยู่อย่างสันติในพงไพรก็ได้ก่อตั้งดินแดนเพื่อบูชาสัตว์เทพเจ้า  และตัดขาดจากเหล่ามนุษย์ที่ไม่เจียมตัวท้าทายสัตว์เทพเจ้า แห่งป่าหิมพานต์ ดินแดนแห่งพงไพรนี้คือ ......... " ไพรพณานคร "  การอยู่ร่วมกันฉันมิตรนี้มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งช่วยลบความบาดหมางในตัวมนุษย์กับสัตว์เทพเจ้าได้  เติมเต็มความรักและบั่นทอนความชั่วร้ายของสรรพชีวิตโบราณหลายชนิดจนมีการรวมจิตสื่อใจซึ่งกันและกัน  ไพรพณานครจึงเป็นดินแดนแห่ง " ความอุดมสมบูรณ์ "  ทั้งธรรมชาติและมิตรภาพอย่างแท้จริง....

 

ในจุดเด่นเรื่องมันสมองของมนุษย์เริ่มเป็นปัญหากับเหล่าสัตว์เทพเมื่อพวกสัตว์เทพอ่อนแอลง  จังหวะเหมาะของ " การเรียนรู้ไร้ที่สิ้นสุด " ก็ค่อยๆกำเนิดขึ้น  ปรัชญาแห่งศาสตร์ปัญญาได้ก่อกำเนิด อัจฉริยะ ผู้ที่มีสติปัญญา แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในประศาสตร์ของ ดินแดน สยาม นั่นคือ  " ไสยวิน "  นามของนักปรัชญา ผู้ใช้สติปัญญาที่เหนือกว่าทั้งมนุษย์ทั่วไปและเหล่าสรรพชีวิตอื่น  ศึกษาปรากฏการณ์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสยามทวีปอย่างสุขุม  ทั้งแผ่นดินพงไพร  ทะเลทรายกว้าง  โขดหิน ความลี้ลับแห่ง " ศาสตร์มืด " และ " พรแห่งตะวัน "  กับ " พลังไสยธาตุ " ถูกจดบันทึกและทดลองในทุกๆย่างก้าวที่พบเห็น  ไสยวินยังมีสาวกผู้นับถือตนและชาญฉลาดกว่ามนุษย์ทั่วไปอยู่มาก  พวกเหล่านักปรัชญานี้ไม่สนใจในเรื่องการต่อสู้กับเหล่าสัตว์เทพแม้แต่น้อย  ไสยวินได้ทำการตกลงกับสัตว์เทพเจ้าผู้แข็งแกร่งที่สุด นั่นก็คือ  " พญาวิหกเพลิง "  เทพแห่งไฟเพื่อจะขอออกไปหาความรู้จากพรหมแดนนี้ แต่ข้อแม้ได้ถูกกำหนดให้ ไสยวิน ต้องประลองกับพญาวิหกเพลิงเสียก่อน  หากสามารถโค่นตนได้ถึงจะสามารถผ่านไปได้ ซึ่งการต่อสู่ครั้งนั้น เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และเป็นที่ตื่นตระหนกกับเหล่าสัตว์เทพเป็นอย่างมาก  แต่นั่นไม่ใช่ว่า ไสยวิน มีพลังเทียบเคียงกับพระเจ้าเพียงเขาได้แสดงให้เห็นถึงสติปัญญาของมนุษย์นั้นสามารถทำในสิ่งที่แม้แต่เหล่าสัตว์เทพผู้อยู่ก่อน ทำไม่ได้นั่นคือ " การประยุกต์ "  และ  " ผสมผสาน "  หมดยุคที่สิ่งมีชีวิตโบราณจะดูถูกสิ่งมีชีวิตผู้มาหลังว่า " อ่อนแอ "  อีกต่อไป

 

 

การต่อสู้จบด้วยการหายสาปสูญไปของทั้งสองด้วยอาคมลึกลับ  ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงเมื่อเทพเจ้าแห่งไฟหายสาปสูญ  เหล่านักปราชญ์เป็นอิสระจากหิมพานต์ พวกเขาได้ไปตั้งรกรากอยู่ใจกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุจุดแกนกลางดินแดนที่แสงตะวันสาดส่องตลอดเวลา.... ซึ่งเป็นที่มาของ มหานคร ที่รวบรวม ศาสตร์แห่งปัญญาได้ทุกแขนง นั่นคือ ไสยวินคร

 

บทบาทของสิ่งมีชีวิตผู้มาหลังถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจนเป็นสามเผ่าใหญ่ๆ ภายหลังได้มีการรวมตัวและจัดตั้งเป็นมหานครขึ้น ประกอบไปด้วย  " ไพรพณานคร "  " ศาสตรานคร " และไสยวินนคร  ความเป็นอยู่ของมนุษย์เริ่มสั่นคลอนต่อสัตว์เทพทั้งในแง่ดี  และแง่ร้าย  ดำเนินไปตามฟันเฟืองแห่งประวิติศาสตร์

 

....จนกระทั่งการมาของเทพพยากรณ์ผู้ยิ่งใหญ่ของทั้งสามโลกได้กล่าวถึงจุดจบแห่งอารยธรรมมนุษย์ไว้ว่าทุกสิ่งจะพินาศด้วย อำนาจมืด และ พลังที่ชั่วร้าย เกินกว่าจะบรรยาย โดยน้ำมือของ " มหาเทพอสูร "  ในตำนาน ซึ่งเป็นที่หวาดหวั่นและหวาดกลัว ของมหานคร ทั้ง 3 เป็นอย่างมาก แต่เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป ความรู้สึกนั้นมันก็หายไปตามกาลเวลา...

 

 

เมื่อเวลาผ่านไป หลายร้อยหลายพันปี จนกระทั่งถึงยุคที่จิตใจ มนุษย์ เริ่มตกต่ำ เห็นผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก มีการแข่งขัน แก่งแย่งชิงดี ชิงเด่นระหว่าง มนุษย์ ด้วยกันเอง ยุคของการเห็นแก่ตัว น้ำใจและมิตรภาพ เริ่มจะขาดแคลน ความชั่วร้าย กำลังจะเข้ามาครอบครองจิตใจมนุษย์ และมาถึงยุคแห่ง มหาสงคราม ที่มนุษย์เป็นผู้ก่อ โดยใช้ อำนาจ สติปัญญา ในการห่ำหั่น กันเอง โดยการแผ่อำนาจ ขยายดินแดน เพื่อความเป็นใหญ่ ของทั้ง 3 นคร จึงได้เกิดการทำสงครามระหว่างเมืองเกิดขึ้นเรื่อยมา ความสัมพันธ์ ของมหานครทั้ง 3 จึงได้กลายมาเป็น อริราชศัตรู ที่อยู่ร่วมดินแดนกันมิได้ และตั้งแต่บัดนั้น สงคราม อันยิ่งใหญ่ มหาสงครามที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงได้ ประทุขึ้น และ เป็นที่มาของ ไตรพินาศ มหาสงครามศักดิ์สิทธิ์ เป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ตั้งแต่ มนุษย์ ได้ถือกำเนิดมา.....

 *************************

บทความโดย...ณัฐวุฒิ  นำมณีวงค์   เจ้าของเกมส์ออนไลน์ เด็กภูเก็ต

http://www.siamgame.com/

 


ddd
dThumbnaild
ddd
ใครเลี้ยงใครอะเนี๊ย ........

ddd
dThumbnaild
ddd
โอ้ว...นั่นมันอะไรกันนี่ ภาพเก่าพวกนี้มันยังอยุ๋เลยเอามาดูกันเล่นๆ555 ไม่อาย ชาวโลกกันบ้างเหรอเนี๊ย ..

เพลงเราทำเอง เมื่อ 7 ปี ที่แล้ว บรรเลง แบบว่ จะเอาไปเปิดรายการวิทยุ เลย เล่น สด กันเลย ตอนนี้เล่นใหม่ไม่ได้แล้ว แล้วก็เพลงนี้จะ นำมาอยุ๋ใน อัลบั้ม Feel it ในการรวมเพลงครั้งนี้ด้วยนะ อิอิ อ้อ จดลิขสิทธิ์ แล้วนะ จะบอกให้ เอ้อ 555
DREAMER 1   

© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help